คุณแม่รัชนี ชุณหสวัสดิกุล: “ในแบบของท่าน”

คุณแม่รัชนี ชุณหสวัสดิกุล: “ในแบบของท่าน”

เรื่องเล่าเยือนเย็น
คุณแม่รัชนี ชุณหสวัสดิกุล: “ในแบบของท่าน”
คุณแม่รัชนีเป็นคนที่ทำทุกอย่างในแบบของตัวเอง
ไม่ค่อยไปหาหมอ ไม่ค่อยยอมกินยา บอกว่าแพ้บ้างล่ะ ไม่จำเป็นบ้างล่ะ เรื่องสุขภาพ ถือว่าเป็นเรื่องเล็กที่ปล่อยวางได้ ในชีวิตนี้ของคุณแม่ มีเรื่องสนุกๆ ให้ทำออกจะมากมายไป ทั้งทำกับข้าว ถักนิตติ้ง วาดรูป คุณแม่เป็นคนที่มีชีวิตทั้งชีวิต อยู่ในสองมือของตัวเอง
แต่ด้วยความไม่แน่นอนของชีวิต ด้วยระยะเวลาเพียงหนึ่งปีครึ่ง หลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไป
คุณแม่ตรวจพบว่าเส้นเลือดหัวใจของท่านตีบทั้งสามเส้น จึงต้องผ่าตัด แต่ก็ส่งผลให้ไตพังตามมา ต้องฟอกไตหลายวันต่อสัปดาห์ และเริ่มเป็นแผลตามมือและเท้า ส่งผลให้ติดเตียง ไม่สามารถเดินเหินได้สะดวกดังเดิม อีกทั้งยังต้องรับอาหารทางสายยาง เพื่อให้ได้สารอาหารที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยโรคไต และป้องกันการสำลัก ร่างกายของคุณแม่ที่เคยเคลื่อนไหว เคยสร้างสรรค์สิ่งงดงาม กลับทำได้น้อยลงทุกวัน
หลังจากกลับบ้านจากโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย คุณแม่รัชนีหยุดพูด
คุณแม่นอนหลับตา ไม่พูดกับลูกๆ ไม่พูดกับเพื่อนๆที่แวะมาเยี่ยมเยียนสร้างบรรยากาศครื้นเครง
ถึงแม้คุณแม่นอนหลับตา คุณแม่ก็ยังนอนไขว่ห้างไปมา เพียงแต่หลับตาและเงียบ ไม่ตอบสนองกับความเป็นมาเป็นไปรอบตัว
ในตอนแรก ลูกๆ คิดว่าคุณแม่อาจจะงอน แต่ก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างที่ลึกกว่านั้น
ตอนที่อยู่ที่โรงพยาบาล คุณแม่โทรศัพท์ทางไกลกับลูกชายคนเล็กที่อยู่อเมริกาอยู่บ่อยครั้ง แฝงด้วยคำพูดที่มีความหมายมากกว่าการบ่นธรรมดาๆ – แม่ไม่อยากอยู่แล้ว
ไม่ใช่การร้องทุกข์ แต่เป็นการบอก เหมือนที่คุณแม่รัชนีบอกทุกอย่างในชีวิต อย่างตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ชัดเจนในแบบของท่าน
ลูกๆ จึงตัดสินใจโทรหาทีมเยือนเย็น ด้วยคำถามที่ค้างคาใจมาสักพักแล้ว ว่าถ้าไม่ไปฟอกไต ถ้าปล่อยให้ร่างกายเดินทางตามเส้นทางของมันเอง จะเป็นอย่างไร?
ทีมเยือนเย็นได้เข้ามาอธิบายว่า เมื่อคุณแม่ไม่ได้รับอาหารทางสายยางแล้ว ร่างกายก็ไม่มีของเสียที่ต้องฟอกออก การฟอกไตจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป ร่างกายก็จะค่อยๆ ปิดสวิตช์ลงไปเองเป็นส่วนๆ อย่างเงียบๆ โดยค่อยๆ ให้น้ำตามความเหมาะสมเพื่อประคองระบบในร่างกาย โดยมีทีมพยาบาลเยือนเย็นคอยดูแลไม่ห่าง และมีมอร์ฟีนเผื่อไว้ถ้าเจ็บ
สามอาทิตย์ต่อมา คุณแม่รัชนีจากไปอย่างสงบที่บ้าน ท่ามกลางครอบครัวที่รัก
คุณบิ๊กลูกสาวได้บอกว่า ตัวเองก็ไม่ได้มั่นใจว่าวิธีการรักษาแบบไหนจะดีกว่าอีกแบบ แต่ดีใจที่ในวาระสุดท้าย แม่ได้อยู่บ้าน
คุณแม่รัชนีใช้ชีวิตทั้งชีวิตในแบบของตัวเอง
และท้ายที่สุด ท่านก็จากไปในแบบของท่าน เช่นกัน
ทีมเยือนเย็นรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เดินทางช่วงสุดท้ายนี้ร่วมกับคุณแม่รัชนีและครอบครัว การดูแลแบบประคับประคองไม่ได้หมายถึงการยอมแพ้ แต่คือการเคารพในสิ่งที่คนคนหนึ่งเลือก ให้เขาได้จากไปตามจังหวะและวิถีของตัวเอง อย่างสงบ อย่างมีศักดิ์ศรี ท่ามกลางคนที่รัก
บทความโดย: ธัญจิรา วิมลอนุพงษ์