อาโกวซ้อมตาย หลายครั้ง ตอนที่ 2 : ช่วงสุดท้ายที่บ้าน

อาโกวซ้อมตาย หลายครั้ง ตอนที่ 2 : ช่วงสุดท้ายที่บ้าน

เรื่องเล่าเยือนเย็น
อาโกวซ้อมตาย หลายครั้ง
ตอนที่ 2 : ช่วงสุดท้ายที่บ้าน
 
คุณหมอบอกไว้ตั้งแต่แรกว่า มะเร็งที่ขึ้นสมองจะค่อย ๆ พรากแรงไปทีละนิด
และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
 
ปลายพฤศจิกายน อาโกวยังขยับตัวได้บ้างด้วยตัวเอง พอเข้าต้นธันวาคม ต้องมีคนช่วยพยุง กลางธันวาคม ขยับเองไม่ได้แล้ว
แต่ ใจของอาโกวยังไม่ยอม
 
ยังพยายามจะลุก ยังออกแรงดันตัวขึ้น ทุกครั้งที่พยายาม ก็เหนื่อย ก็ปวด ต้องรับยาเพิ่ม พอรับยาเพิ่มก็หลับนานขึ้น บางครั้งหลับยาวถึงสองวัน
อาหารที่เคยกินได้ค่อย ๆ หายไปทีละอย่าง จนเหลือแค่ของเหลว น้ำ น้ำหวาน พอเข้าเดือนมกราคม ไม่กินอะไรเลย
ร่างกายผอมลงจนเหลือหนังหุ้มกระดูก
 
แต่ใบหน้าของอาโกวดูสงบ ไม่มีทุกข์ทรมาน ไม่มีความเจ็บปวดให้เห็น
“ตัวอาโกวไม่ได้ทรมาน แค่ทรมานใจคนดูแล”
คนที่อยู่ข้างเตียงรู้ดีว่า ความเจ็บปวดที่หนักที่สุดในช่วงนั้น ไม่ได้อยู่ในร่างกายของอาโกว
แล้วคืนหนึ่ง ราวตีหนึ่งตีสอง
 
อาโกวหายใจไม่ออก ชักเกร็ง กระตุก ครวญคราง ตาค้างขึ้นแล้วก็นิ่งไป
หลานรีบเอาเครื่องวัดออกซิเจนมาจับ ตัวเลขไม่ขึ้นเลยสักตัว ใจหายวาบ คิดว่าเครื่องเสีย ลองวัดตัวเอง ตัวเลขขึ้นปกติ
แต่อาโกวยังหายใจอยู่
 
ช่วงนั้นร่างกายปล่อยของเสียออกมามากผิดปกติ หลานรอจนแน่ใจว่าสิ้นสุดแล้ว ค่อยทำความสะอาด เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้อาโกว
แล้วก็คิดว่า
ครั้งนี้น่าจะไปแล้ว
 
โทรศัพท์หาน้องสาว บอกให้รีบมา เปิดไฟ เปิดธรรมะให้ฟัง นั่งอยู่ข้างๆ ไม่กล้าหลับ
นั่งลุ้นอยู่คนเดียวในความมืดว่า อาโกวจะรออยู่ทันให้น้องสาวมาถึงตอนเช้าไหม
พอรุ่งเช้า มีป้าคนหนึ่งที่สนิทกับอาโกวมานาน แวะมาทำธุระใกล้บ้าน แล้วก็เข้ามาเยี่ยม
พอเห็นอาการ ป้าก็รู้ทันที
 
บอกว่าธาตุไฟแตกแล้ว น่าจะใกล้ถึงเวลา
ป้าให้หาดอกไม้ ธูป เทียน เรียกคนในบ้านมาพร้อมกัน ขออโหสิกรรมกัน แล้วท่องบทสวดนำทางให้อาโกวฟัง
อาโกวลืมตาขึ้นมา เกร็งดิ้น ตาค้าง
 
ป้าถามเบา ๆ
“แกมีอะไรหรือใครที่ยังห่วงอยู่ไหม ให้ตาม ให้มาบอกซะ”
 
พี่สาวของอาโกวรีบโทรหาหลาน ๆ เพื่อน ๆ ที่สนิทกัน คิดว่าบางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่อาโกวยังไม่ยอมจาก คนที่อยู่ใกล้วิ่งมาถึงบ้านกันทยอย
 
อาโกวดิ้นอยู่นานพอสมควร ก่อนที่ทุกอย่างจะนิ่งลง
ครอบครัวตกใจ ลนลาน ไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อน ป้าบอกให้โทรแจ้งผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็รีบลาไปเพราะมีธุระด่วน สั่งทิ้งไว้ว่า อย่าร้องไห้เสียงดัง จะทำให้ไปไม่สงบ
ผ่านไปสิบนาที
หลังจากที่ป้าออกจากบ้านไปแล้ว
แขก กับ ยุ้ย นั่งอยู่ข้างเตียง มองหน้ากัน แล้วก็มองอาโกว
อาโกวนอนอยู่ในชุดขาว มือถือดอกไม้ธูป ดูนิ่ง
แต่หน้าอกยังขยับ ยังหายใจ ช้า ๆ เบา ๆ
ยังไม่จากไปไหน

สุดท้ายหลานสองคนค่อย ๆ เอาของออกจากมืออาโกว แล้วโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้านอีกครั้งว่า โกยังไม่เสีย
สองวันถัดมา
อาโกวหลับ หลานสองคนก็เพลีย นอนหลับข้าง ๆ จับมืออาโกวไว้
 
เช้าวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลาตีหนึ่งห้าสิบเก้านาที
 
ยุ้ยตื่นขึ้นก่อน สัมผัสตัวอาโกว ยังอุ่นอยู่
แขกตื่นตามมา จับมือ แล้วก็มองหน้าอกตามสัญชาตญาณ
 
เครื่องวัดออกซิเจนไม่วิ่ง มีแต่สั่นเบา ๆ มือลอดไปจับชีพจรที่ต้นคอ เหมือนจะไม่มี
ลุกขึ้นเปิดไฟ สัมผัสอีกครั้งภายใต้แสงสว่าง
แล้วก็บอกกันเงียบ ๆ
 
“แกน่าไปแล้ว”
น่าจะเพิ่งไปก่อนหน้านั้นไม่กี่นาที
สองพี่น้องลุกขึ้น ทำในสิ่งที่ควรทำ
จุดตะเกียงนำทาง ปลุกผู้ใหญ่ในบ้านให้มารับรู้ว่า รอบนี้โกไปจริงแล้ว
 
แล้วก็ช่วยกัน จัดท่าใบหน้าให้เรียบร้อย ปิดดวงตาให้สนิท ประคองปากที่อ้าค้างนิดหน่อยให้ปิด เช็ดเนื้อตัว ทำความสะอาด แต่งหน้าให้อาโกวสวยที่สุด ในบ้านหลังที่อาโกวเลือกแล้วว่าจะไม่ไปไหนอีก
 
พอฟ้าเริ่มสว่าง ติดต่อผู้ใหญ่บ้านให้ดำเนินการแจ้งการเสียชีวิต และติดต่อร้านเครื่องฌาปนกิจ เพื่อเริ่มต้นพิธีกรรมที่ทุกคนวางแผนไว้แล้วล่วงหน้า
 
ตอนบ่าย ในพิธีรดน้ำศพ
เพื่อนสนิทและหลาน ๆ ที่เดินทางมาถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
 
“แกยิ้มด้วย คงสบายแล้ว”
ใบหน้าของอาโกวยิ้มกริ่ม มุมปากขึ้น เหมือนคนที่ไปถึงที่หมายแล้ว
 
แขกกับยุ้ยมองหน้ากัน แล้วก็แซวกันขำ ๆ ว่า
“โกวจะว่าเอาได้นะ ข้าซ้อมพวกเอ็งมาหลายรอบขนาดนี้ ยังจะสติแตกกันอีก มันก็ไม่ได้แล้วป่ะ”
 
ว่ากันจริง ๆ สองพี่น้องวางแผนงานฌาปนกิจไว้ล่วงหน้าตั้งนานแล้ว รู้อยู่ว่าวันนั้นต้องมาถึง เร็วหรือช้า มิสู้วางแผนไว้ก่อน ขาดเหลืออะไรก็คงไม่มาก
 
ใจแอบคิดอยู่ว่า คงมีคนว่าบ้าง เหมือนเราแช่งโก
 
แต่เชื่อมั่นว่า โกรับรู้ได้ว่าเจตนาของพวกเรา ไม่ใช่อะไรอื่น นอกจากอยากให้งานออกมาดีที่สุด งบไม่เบียดเบียนตัวเอง แบบที่โกเคยสอนให้รู้จักใช้เงินมาตลอด
 
งานห้าคืน ราบรื่นทุกอย่าง ด้วยความร่วมมือของหลาน ๆ กว่าสามสิบคน และกัลยาณมิตรที่รักโกทุกคน
 
ทุกคนอาลัย แต่ก็ดีใจที่ได้ส่งโก อย่างดีที่สุด ไม่มีติดค้าง
 
นั่นแหละ คือบทสุดท้ายของคนที่ “ซ้อมตายมาหลายรอบ” ก่อนจะจากไปจริง ๆ อย่างสงบ อย่างสวยงาม ในบ้านของตัวเอง ท่ามกลางคนที่รักเธอ
 
💬 บางทีความตายที่ดี ไม่ได้แปลว่าไม่มีความเจ็บปวดสักนิด แต่แปลว่า มีคนอยู่ข้าง ๆ ที่ไม่ยอมปล่อยให้เราเผชิญมันคนเดียว
 
ขอบคุณแขกและคุณยุ้ย ที่เล่าเรื่องของอาโกวให้พวกเราได้ฟัง และขอบคุณอาโกว ที่สอนทุกคนว่า การจากไปอย่างสงบที่บ้าน เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง 🤍

#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลแบบประคับประคอง
#palliativecare
#ตายดีที่บ้าน
#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย
#เรื่องเล่าเยือนเย็น
#AdvanceCarePlan
#เยือนเย็น
#ตายดีที่ปรารถนา
#dyinginplace
#ชีวิตและความตาย
#ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า
#livingandleaving
#ตายดีที่บ้าน