ลองแล้วรับไม่ไหว…ขอเลือกประคับประคอง

Merry Christmas จากหัวใจของคุณแอ้ม สโรชา 🎄

“ลองแล้วรับไม่ไหว…ขอเลือกประคับประคอง”
• เมื่อการรักษาไม่ใช่คำตอบเดียวของชีวิต
พี่แจะเลือก “คุณภาพของวันเวลาที่เหลือ” แทนการฝืนร่างกายกับเคมีบำบัด

• การเลือกประคับประคอง ≠ การยอมแพ้
แต่คือการกล้ายอมรับความจริง และเลือกอยู่กับชีวิตอย่างมีสติ อ่อนโยน และไม่ทรมาน

• เยือนเย็นไม่ได้ดูแลแค่ผู้ป่วย
แต่ดูแล “ทั้งครอบครัว” ให้ไม่ต้องเผชิญความกลัว ความเจ็บปวด และความไม่แน่นอนตามลำพัง

• “ไม่กลัวตาย แต่กลัวเจ็บ”
ประโยคเรียบง่าย ที่สะท้อนหัวใจของการดูแลแบบประคับประคองได้ชัดที่สุด

• ทุกอาการ มีคนรับฟัง
ทุกความกังวล มีคำอธิบาย
ทุกการเปลี่ยนแปลง มีทีมที่พร้อมอยู่ข้าง ๆ

• วาระสุดท้าย ไม่จำเป็นต้องเต็มไปด้วยเครื่องมือยื้อชีวิต
พี่แจะเลือก Hospice ที่สงบ ใกล้ธรรมชาติ และเต็มไปด้วยความรักของครอบครัว

• เพลงโปรด การจับมือ การโอบกอดและสายตาที่สื่อสารแทนคำพูด
คือการลาจากที่อ่อนโยนที่สุด

• การจากลา…ไม่จำเป็นต้องเดียวดาย
หากมีคนเข้าใจ เคารพการตัดสินใจ และเดินไปพร้อมกันจนถึงลมหายใจสุดท้าย

🤍 เยือนเย็น
เคียงข้างทุกการเลือกของชีวิต
เพื่อให้การจากลา…อ่อนโยนที่สุด
เรามาร่วมกันอ่านเรื่องราวของพี่แจะเต็มๆ กันครับ

—————————————————–
พี่แจะ อายุ 65 ปี ป่วยเป็นมะเร็ง เริ่มจากลำไส้ส่วนล่างกระจายไปที่ปอด และก้อนขนาดใหญ่กระจายไปที่ตับทั้งสองข้าง ทางครอบครัวจำความรู้สึกได้ดีว่า วันแรกที่ทราบผล CT Scan ว่าพี่แจะมีเนื้อร้ายจากมะเร็งลุกลาม นาทีนั้นราวกับว่าความหวัง และเรื่องราวของอนาคตมืดและดับลง พี่แจะเริ่มเข้ารับการรักษาด้วยเคมีบำบัดและยามุ่งเป้า หลังการลองรับการรักษาด้วยยามุ่งเป้าครั้งที่ 4 พี่แจะรู้ตัวว่าเริ่มรับยาไม่ไหว และไม่อยากทนรับสภาพที่ต้องต่อสู้กับยาเคมีอีกต่อไป พี่แจะ จึงเริ่มหาข้อมูลและเลือกการดูแลแบบประคับประคอง และได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้รู้จักกับเยือนเย็น โดยคุณหมออิศรางค์ เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนการดูแลที่บ้าน

พี่แจะเรียนจบพยาบาล และย้ายเข้ามาได้ทำงานในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ปัตตานี จนเกษียณอายุ early retire เมื่ออายุ 55 ปีเพื่อมาดูแลแม่อายุ 96 ปีอย่างใกล้ชิดที่หัวหิน ปกติพี่แจะอยู่บ้านที่หัวหิน แต่ในช่วงที่พี่แจะมารับยามุ่งเป้า จึงมาพักคอนโดย่านพระรามสาม เพื่อสะดวกการเดินทาง พี่แจะสมรสกับพี่วุฒิ ไม่มีบุตร โดยพี่วุฒิเป็นผู้ดูแลหลักอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และน้องสาวคนสุดท้องของพี่แจะชื่อพี่หน่องร่วมกันดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยกัน พี่แจะเดิมเป็นพยาบาล เมื่อเกษียณแล้วได้ฝึกวิปัสสนา ปฏิบัติธรรม แนว Goenka หลายครั้ง พี่แจะได้ใช้ชีวิตสมบูรณ์แล้ว ไม่กลัวตาย ได้เขียนสมุดเบาใจไว้แล้ว

จากนั้นพี่แจะได้ไปใช้ชีวิตที่หัวหิน อย่างสดชื่น ได้ทานอาหารอร่อย ของโปรดที่ชอบ ได้ตามปริมาณที่ไหว ชอบกินปลา ผัก ผลไม้ มีจิบน้ำขิง ขมิ้นชัน เดินเคลื่อนไหวไล่ลมลดอึดอัดได้บ้าง พี่แจะจะใช้ไลน์ทักทายทีมงานคุยกับเราตลอด หากมีอาการปวดใดๆ อาจารย์จะให้คำแนะนำทุกครั้ง

พี่แจะคุยกับคุณหมออิศรางค์ว่า ไม่กลัวการจากไปแต่กลัวอาการเจ็บปวดของโรคในระยะท้ายๆ และไม่อยากแลกเวลาที่มีเหลืออีกไม่นานกับเคมีบำบัด เมื่อได้ปรึกษาและพูดคุยกับคุณหมออิศรางค์ และทีมเยือนเย็นในแนวคิด แนวทางการดูแล พี่แจะและครอบครัวรู้สึกอุ่นใจ และพร้อมจะเผชิญการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาของโรค และเลือกให้เยือนเย็นดูแลแบบประคับประคองควบคู่ไปกับ รพ.จุฬา (ซึ่งสุดท้ายรับการดูแลแบบประคับประคองจาก รพ. เช่นกัน) พี่แจะติดต่อกับทางเยือนเย็นทางโทรศัพท์ และทางไลน์ เพื่อปรึกษาเรื่องอาการที่มีเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด คุณหมออิศรางค์ คุณแนช และทีมพยาบาลของเยือนเย็นให้คำปรึกษาอย่างรวดเร็วทุกครั้ง พี่แจะวางแผนร่วมกันกับทางเยือนเย็นว่า ในระยะท้ายพี่แจะขอเสียชีวิตที่ รพ. หรือ Hospice เพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด และความกระวนกระวายใจของครอบครัว

ผ่านไป 3 เดือนที่ไม่ได้รับยามุ่งเป้าแล้ว ตรวจเลือดพบว่าค่าเลือดของตับดีขึ้นมาก และตับยุบลง ช่วงนี้พี่แจะทานอาหารได้ดี ไม่แน่นท้อง และท้องที่เคยบวมยุบลง ทานข้าวได้มากขึ้นเน้น 2 มื้อ คือเช้ากับบ่าย โดยเฉพาะมื้อเช้าทานได้มากกว่ามื้อบ่าย มื้อเย็นจะทานเป็นน้ำขิงหรือน้ำอื่น ๆ เพื่อลดอาการท้องอืด อยู่มาวันหนึ่ง พี่แจะมีอาการปวดท้องอยากถ่ายจากทวารเดิม ซึ่งที่ผ่านมาจะขับถ่ายทางหน้าท้อง เบื้องต้นนำนำให้สวนขับถ่าย แต่ถ่ายไม่ออก อาการปวดท้องมากขึ้นจึงไปโรงพยาบาลใกล้บ้านที่หัวหิน เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พี่หน่อง (น้องสาว) ได้ต่อสายให้แพทย์ ER โรงพยาบาลได้คุยกับอาจารย์อิศรางค์เพื่อสอบถามอาการและแนะนำ ซึ่งโรงพยาบาลนั้นมีแพทย์ Palliative care ให้การดูแลรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นจนอาการบรรเทาดีขึ้นแล้วกลับบ้าน คุณหมอแนะนำว่าถ้าไม่แพ้นม ทานโยเกิร์ตได้ จะได้เพิ่ม Prebiotic ปรับสมดุลลำไส้ด้วย พี่แจะจะกินยาระบาย Milk of Magnesia ทุกวันก่อนนอน กับ Mucilin แบบชงหลังอาหารเย็นให้สบายท้อง พอท้องโล่งระบบทางเดินอาหารจะทำงานดีขึ้น ไม่ดูดน้ำจากของเสียในอุจจาระกลับเข้าร่างกาย

พี่แจะเล่าให้ฟังว่า “ ในวันที่ปวดท้องอยากถ่าย อึดอัดมาก ท้องผูกไม่ถ่าย 3 วัน เลยสวนเองที่บ้านด้วยยูนิสัน ปวดถ่ายมากแต่ไม่ออกพยายามด้วยการเบ่งถ่าย และบีบให้ก้อนแข็งๆออก พร้อมทั้งใช้ถุงมือล้วงอุจจาระออก แต่ไม่สำเร็จเนื่องจากแข็งมากๆ และมาอุดตรงทวารหนัก ทำให้ปวดมากทั้งปวดเบ่ง และปวดที่ทวารหนักเพราะก้อนใหญ่และแข็งมากๆ จนเกือบช็อคเพราะความปวด แล้วมันจะมาเป็นระลอกๆ เดินเข้าออกห้องน้ำจนเหนื่อยแต่ไม่สำเร็จ ตอนนั้นคิดได้อย่างเดียวว่าต้องรีบเข้า กรุงเทพฯ ในคืนนั้นเลย เพราะประวัติเราอยู่ที่นั่น ก็เลยโทรหาน้องสาวชื่อหน่อง จึงได้ประสานกับทีมเยือนเย็นให้ เมื่อไปถึงรพ.ซานเปาโลด้วยสภาพที่ช่องทางทวารหนักเริ่มระบมแล้ว และริดสีดวงเริ่มบวม ช่วงที่เขาสวนให้ เริ่มปวดมวนปวดเบ่งซึ่งทรมานมาก พยาบาลบอกว่าอุจจาระแข็งมากอยู่ลึกตรงใกล้ทวารหนักต้องนวดและล้วงลงไป ซึ่งพยาบาลได้ใช้ยาชาทาบริเวณทวารหนักด้วย ขณะนั้นปวดจนแทบหายใจไม่ออก แต่พยายามอดทน พอก้อนนั้นออก ก็เริ่มโล่งขึ้น ต้องขอบคุณทีมพยาบาลรพ.ที่ช่วยจนสำเร็จ รวมถึงคุณหมออิศรางค์และทีมเยือนเย็นอีกครั้งค่ะ” ในช่วงปีใหม่ปีที่แล้ว พี่แจะจึงขอเที่ยวใกล้บ้านสบายๆ และส่งรูปมาอวยพรปีใหม่ให้ทีมงานเยือนเย็นด้วย พี่แจะพยายามปรับตัวเองไม่ให้ท้องผูก ทานน้ำผลไม้ปั่น ช่วงเช้าก็สวนด้วยยูนิสัน 20 ซีซี ทุกเช้า กลางวันใช้เวลาในการนอนมากขึ้น ช่วงตรุษจีนก็ส่งซินเจียยู่อี่มาอวยพรคุณหมอและทีมงานมาด้วย

ช่วงปลายปี 2567 พี่แจะเริ่มมีอาการหายใจไม่เต็ม แน่นๆท้องบ้าง เดินประมาณ7-8ก้าวก็เริ่มเหนื่อย แต่ยังทำกิจวัตรประจำวันพอได้อยู่บ้าง เริ่มมีอาการคันตามผิวหนังเป็นส่วนๆ นั่งประมาณ 30 นาทีถึง1ชม.เท้าเริ่มบวม คุณหมอแนะนำให้ลองกินมอร์ฟีน เมื่อมีอาการเหนื่อย เริ่มจาก 2 ซีซี อาการดีขึ้น พี่แจะจึงกินมอร์ฟีนร่วมกับยากาบาเพนทีน มื้อเช้า จากที่เคยกินเฉพาะก่อนนอน รู้สึกสบายตัวขึ้น ไม่เหนื่อยและไม่ปวด พี่แจะ ส่งกำลังใจมาให้ และอวยพรในวันคริสต์มาสปีที่แล้ว รวมถึงวันขึ้นปีใหม่ 2568 ด้วย

พี่แจะเป็น FC อาจารย์อิศรางค์ และเยือนเย็นตลอดทุกโพสอย่างต่อเนื่อง พี่แจะเล่าว่าเมื่อวันที่ 15/1/68 คุณแม่มีอายุครบ 97 ปีแล้วอย่างสุขใจ และร่วมทำบุญสนับสนุนงานโครงการเยือนเย็นด้วย

31/1/68 พี่หน่องแจ้งมาว่า พี่แจะได้เดินทางไปใต้ (16- 24 มค) เดินทางรถส่วนตัว นั่งรถกันไม่เกินวันละ 5 ชม. พี่แจะมีอาการปวดแน่นท้องมาก เริ่มแน่นๆ และหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อคืนที่ผ่านมา ช่วงเย็นปวดมาก นอนมีอาการปวดเมื่อยกระดูก กิน Immediate Release (IR) แล้วดีขึ้น ทีมงานแนะนำให้กินยาธาตุขับลม อาจจะเป็นเพราะนั่งรถนานอาจมีลมขึ้นบ้างเป็นอาการชั่วคราว สักพักอาการทุเลาลงได้ วันนี้จึงนอนพักเป็นส่วนใหญ่

7/2/68 พี่หน่องส่งข่าวมาว่าพี่แจะลื่นล้มหน้าห้องน้ำ (เท้าเปียก พื้นลื่น) ล้มท่ายืน ศีรษะซีกซ้ายกระแทกพื้น มีอาการปวดด้านซ้ายร้าวไปด้านหลังหู ผล CT Scan ไม่พบว่ากะโหลกร้าว หรือมีเลือดออก ตอนนี้กลับบ้านและสังเกตอาการต่อ ครบการสังเกตอาการ 24 ชม. แล้ว อาการดีขึ้นกว่าเดิม ครบ 72 ชม. มีอาการบ้านหมุนเมื่อเปลี่ยนท่า เปลี่ยนองศา ต้องค่อยๆปรับองศาของศีรษะ อาการอื่นมีปวดบริเวณที่โดนกระแทก ยังทานอาหารได้อยู่ ไม่อาเจียน ค่อยๆฟื้นตัว ทรงตัวได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

12/4/68 พี่แจะมีอาการท้องแน่น หายใจไม่สะดวก และร้อนในช่องท้อง ปัสสาวะได้อยู่ หายใจสั้นขึ้นทั้งเข้าและออก อึดอัดในท้องมาก เหมือนหายใจไม่อิ่ม ได้จิบยาธาตุน้ำขาวแล้วเริ่มดีขึ้น ผ่านมา 10 วันแล้ว เริ่มมีอาการมึนๆ เวลาหาวเหมือนไม่เต็มปอด มีเหนื่อยขึ้น จึงทานมอร์ฟีนน้ำ 3 ซีซี ผ่านไปครึ่งชั่วโมง อาการดีขึ้นนอนหลับได้ ช่วงนั้นอากาศร้อนขึ้น พี่วุฒิ (สามี) จึงจัดหาเครื่องผลิตออกซิเจนมาช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยได้บ้าง ผ่านมา 2 สัปดาห์ พี่แจะมีอาการเจ็บขาหนีบข้างขวา ทำให้เดินลำบาก คุณหมอแนะนำให้กิน targin เพิ่ม
ช่วงปลายเดือนมิถุนายน 68 พบมะเร็งกระจายไปปอด พยายามไอเหมือนมีเสมหะค้างอยู่ ไอออกมาเป็นลิ่มเลือด ก้อนเล็กๆ หลังจากนั้นขากออกมามีเลือดปนสักระยะ แล้วไปบ้วนปาก เป็นอาการชั่วคราว วันต่อมา พี่แจะรู้สึกแน่นท้องมาก นอนตะแคงไม่ได้ ต้องนอนหงายชันเข่า และหายใจไม่สะดวก ท้องบวมขึ้น จึงกินยาระงับปวด IR อาการดีขึ้น เช้าวันต่อมา พี่แจะมีอาการปวดเบ่งอยากถ่ายอุจจาระ ค่อยๆเริ่มปวดมากขึ้นๆ เมื่อคืนปวดมากรบกวนการนอน มันจะปวดเป็นระยะๆ ช่วงปวดเบ่ง ลองเบ่งดูเหมือนจะออกแต่ไม่ออก เลยสงสัยว่าน่าจะมีอุจจาระตกค้างในลำไส้ จึงลองสวนแล้วมีเมือกออกมา แต่ยังไม่หายปวด อาการปวดมวนและปวดเกร็งนานมากขึ้น พี่วุฒิจึงพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านที่หัวหิน ให้คุณหมอที่ ER ช่วยดู จึงคลำพบว่าเป็นก้อนแคลเซียมแข็งมากตอนคลำ ให้ฉีดยาแก้ปวดและสวนล้วงดึงออกมา อาการดีขึ้น ทีมงานให้กำลังใจตลอด คุณหมอแนะนำให้สวนน้ำเกลือดทุกสัปดาห์เพื่อป้องกันไม่ให้สะสมจนแข็งเช่นนี้อีก เผื่อว่าอุดตันจะได้ไม่ปวดท้องทรมาน

หลังจากวันนั้น พี่แจะถามอาจารย์หมออิศรางค์ว่า “ คงเหลือเวลาอีกไม่นานแล้วใช่มั้ยคะคุณหมอ สำหรับเวลาที่รอคอย (เพราะเหนื่อยเหลือเกิน)” ทางครอบครัวไม่อยากให้พี่แจะทรมาน คุณหมอจึงแนะนำให้ยายาแก้ปวดชนิดแปะ

16/7/68 พี่แจะกินยาน้ำจะมีอาการท้องแน่นทำให้กินยายากขึ้น ปวดตั้งแต่ใต้ราวนมด้านซ้ายลงมา คุณหมอจึงปรับยาชนิดแปะเพิ่มขึ้น เพื่อลดอาการปวดและเหนื่อย มีอาการบวมน้ำมากขึ้น ยังคงทานอาหารได้บ้าง ชอบกินผลไม้มากกว่า คุณหมอแนะนำให้กินยาขับปัสสาวะ อาการดีขึ้น

30/7/68 พี่แจะเดินทางเข้า กรุงเทพฯ มาพักที่คอนโดย่านพระราม 3 เพื่อนัดอาจารย์อิศรางค์มาปรึกษา และวางแผนในช่วงท้ายที่คอนโด 28/8/68 คุณหมอและทีมงานได้พบกับพี่แจะ พี่วุฒิ พี่หน่อง ครอบครัวได้เห็นรอยยิ้มของพี่แจะด้วยความสดชื่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา พวกเราชื่นชมการดูแลอย่างใกล้ชิดของครอบครัว และเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน พี่วุฒิได้แต่งกลอนขอบคุณคุณหมอและทีมงานเพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วย
หลังจากวันที่คุณหมอและทีมงานได้สนทนากันกับพี่แจะและครอบครัว เพื่อจัดเตรียมทุกอย่างตามความประสงค์ของพี่แจะ พี่แจะตัดสินใจเลือกสถานที่ที่ปราศจากสิ่งพันธนาการหรือเครื่องช่วยยื้อชีวิตใดๆ ที่ทำให้เกิดวามเจ็บปวดหรือไม่สุขสบายกาย ครอบครัวดำเนินการตามความประสงค์ของพี่แจะ จึงมาเข้ารับการดูแลที่ Hospice ศูนย์ธรรมศาสตร์ธรรมรักษ์ ในบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติตามที่พี่แจะชอบ

8/9/68 พี่แจะมาพักที่ศูนย์ฯ เป็นวันแรก นอนหลับได้ดี พักผ่อนสงบ สบายๆ ไม่ขอรับอาหารแล้ว สัปดาห์ต่อมา พี่แจะเริ่มมีอาการเบลอ พูดไม่ได้ ได้แต่มองตานิ่ง
ในช่วงเย็นของวันที่ 18/9/68 คุณหมออิศรางค์และทีมงาน ได้เข้าไปเยี่ยมพี่แจะที่ห้อง 301 พบครอบครัว ญาติพี่น้อง อยู่พร้อมหน้ากัน เปิดบทสวดพี่แจะคุ้นเคย เราทราบมาว่า พี่แจะเคยเป็นนักร้องร่วมวงวิทยาลัยพยาบาลสงขลา เพลงแสงเดือนเป็นเพลงโปรดที่พี่แจะร้องและจำได้ขึ้นใจมาตลอด เราเปิดเพลงให้พี่แจะนอนฟังบนเตียง สีหน้าอิ่มเอิบมีความสุขมาก
เราสัมผัสได้ว่าพี่แจะรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่ได้พบคุณหมอและทีมงาน แม้ไม่มีเสียงเปล่งออกมา แต่อ่านปากได้ว่า “ขอบคุณมาก” อวัจนภาษาสื่อสารโดยไม่ใช้คำพูด ใช้เพียงภาษากาย สีหน้า สบตา สัมผัสด้วยมือ และโอบกอด สื่อความหมายได้ความรู้สึกอย่างลึกซึ้งมิรู้ลืม เป็นวันที่เราได้เห็นพี่แจะยิ้มพร้อมรับการจากลาในภพนี้ ปราศจากความกังวลใดๆ เราได้ร่ำลาออกมาด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่อยู่ในใจเสมอ พี่วุฒิ สามีพี่แจะได้มอบคำกลอนให้ทีมงานว่า “ ขอบคุณทุกแรงใจที่ไหลหลั่ง เป็นกำลังให้อยู่สู้โรคร้าย ช่วยรักษาช่วยยาฟื้นคืนกาย ยืดวันพ่ายวันวายได้หลายวัน”

21/9/68 เวลา 19.17 น.พี่แจะออกเดินทางไกลไปแล้ว อย่างสงบ ท่ามกลางครอบครัวที่พี่แจะรักและรักพี่แจะ ทุกคนได้มีโอกาสร่ำลากัน โดยสัจธรรมทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์
ในนามเยือนเย็นฯ ขอขอบคุณครอบครัวพี่แจะที่อนุญาตให้ลงเรื่องราวและรูปภาพประทับใจเพื่อเป็นวิทยาทานต่อไป

#การดูแลประคับประคอง
#palliativecare
#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#อยู่สบายตายสงบ
#ดูแลด้วยหัวใจ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย

Sharing