มะเร็งไม่ได้เพิ่มขึ้น…แต่เรากำลังมีอายุยืนขึ้น สิ่งที่เราควร “รู้เท่าทัน” ก่อนจะสายเกินไป
มะเร็งไม่ได้เพิ่มขึ้น…แต่เรากำลังมีอายุยืนขึ้น
สิ่งที่เราควร “รู้เท่าทัน” ก่อนจะสายเกินไป
วานนี้ในเวที World Cancer Day ที่ผ่านมา ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร ได้แบ่งปันมุมมองเรื่อง “มะเร็ง” ที่ทำให้หลายคนต้องหยุดคิดใหม่
ประชาชนอาจจะเข้าใจว่า คนไทยเป็นมะเร็งมากขึ้นกว่าแต่ก่อน แต่ความจริงแล้ว อัตราการเกิดมะเร็งในคนไทยนั้น เท่าเดิมมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ปัจจัยที่ทำให้เกิดมะเร็งที่สำคัญที่สุดคือ “อายุ” ยิ่งแก่ยิ่งเป็นมะเร็งมากขึ้นตามอายุ สมัยก่อนอายุสั้น ยังไม่ทันเป็นมะเร็งก็ตายเสียแล้ว ยุคนี้คนอายุยืน จึงมีโอกาสเป็นมะเร็งมากขึ้นเท่านั้นเอง
พฤติกรรมเร่งมะเร็ง…ที่เราควบคุมได้ (บางส่วน)……
ปัจจัยที่เร่งการเป็นมะเร็งคือ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหนักเกิน การไม่ออกกำลังกาย แสงแดด และอาหารบางอย่าง เช่น การรับประทานเนื้อแปรรูปย่อมมีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่มากกว่า คนที่ไม่รับประทานเนื้อ พฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ อาจทำให้เป็นมะเร็งในจำนวนร้อยละ 42 ของผู้ป่วยมะเร็งในทุกวันนี้ แต่ถึงจะใช้ชีวิตไม่เสี่ยงเลยก็เป็นมะเร็งได้อยู่ดี เพราะปัจจัยที่แก้ไม่ได้ด้วยการปรับพฤติกรรมคือ อายุที่สูงขึ้น พันธุกรรม และการติดเชื้อ (ไวรัสตับอักเสบ ไวรัสเอชพีวี)
ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอย่างอดกลั้น…แต่ต้อง “ไม่ประมาท”
สำหรับบางคน การปรับพฤติกรรมอาจเป็นการลดคุณภาพชีวิต เช่น อดรับประทานของอร่อย อาจลดมะเร็งได้แต่ชีวิตก็จะขาดความสุข แต่ควรที่จะพาตัวเองไปตรวจคัดกรองหามะเร็ง ในขณะที่ยังสบายดีและยังไม่มีอาการ ผู้หญิงไทยพึงตรวจแมมโมแกรมทุกปีตั้งแต่อายุ 45 ปี (เว้นแต่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งนี้ ก็ควรตรวจให้เร็วขึ้น) และพึงตรวจภายในหรือตรวจหาไวรัสเอชพีวี ตั้งแต่อายุ 35 ปี) โดยทั้งผู้หญิงและผู้ชายพึงตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ทุก 5 ปี ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป (เว้นแต่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งนี้ ก็ควรตรวจเร็วขึ้น)
ความจริงที่เจ็บปวด แต่ควรรู้…..
ถ้าตรวจพบมะเร็งแต่ช่วงเริ่มแรก ก็จะรักษาง่าย และสามารถรับการรักษาโดยไม่ต้องออกเงินเอง สามารถเบิกได้ทุกสิทธิ แต่ถ้าไม่ยอมไปตรวจตอนที่สบายดี จะไปตรวจต่อเมื่อมีอาการแล้ว ก็มักพบมะเร็งในระยะลุกลาม คือมะเร็งได้กระจายไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ตรวจพบ อย่างนี้รักษายากและโหดร้าย ต้องยอมเจ็บตัวเพื่อโอกาสหายขาด และถ้าลุกลามไปแล้ว ส่วนใหญ่รักษาไปก็อาจไม่หายขาด และไม่ว่าจะเบิกได้หรือจ่ายเอง ก็ตายอยู่ดีเช่นกัน
เมื่อการ “ไม่รักษา” คือการเลือกคุณภาพชีวิต
เนื่องจากมะเร็งเกิดขึ้นบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ ในผู้สูงอายุ หลายท่านใช้ชีวิตคุ้มแล้ว ถ้ารู้ว่าทนลำบากรักษาไปก็ไม่หาย ย่อมสามารถเลือกอยู่กับมะเร็งอย่างสันติ ไม่รับการรักษาก็ได้ ใช้ชีวิตต่ออย่างมีคุณภาพ ถ้ามะเร็งเริ่มรบกวนชีวิตเมื่อไร หมอสามารถบำบัดอาการปวด และอาการที่รบกวนเราได้ หมดเวลาเมื่อไรก็ถือว่าเป็นธรรมชาติ เราสามารถร้องขอการรักษาแบบนี้เรียกว่า Palliative care หรือ ประคับประคอง ได้ตั้งแต่แรก หรือเมื่อลองรักษาไปแล้ว ไม่สำเร็จมะเร็งกลับมาใหม่
เยือนเย็นสามารถสนับสนุนผู้ที่เลือกการอยู่กับมะเร็งอย่างสันติให้ที่บ้าน จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงพยาบาล เป็นเพื่อนเดินทางไปตลอด
ด้วยความขอบคุณจากใจ
ขอขอบคุณ และอนุโมทนาบุญแด่ Oriental Residence Bangkok ในงาน
World Cancer Day 4 Feb 2026 ที่ให้เกียรติ ศ.ดร.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร CEO เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม ไปให้ความรู้กับพนักงานผู้สนใจการดูแลแบบชีวาภิบาล พร้อมตอบคำถามอย่างใกล้ชิด และการต้อนรับอย่างอบอุ่น
โอกาสนี้ทางผู้บริหาร Oriental Residence Bangkok ได้มอบของที่ระลึก และผ้าอ้อมผู้ใหญ่ Sterile Water สาย Canula ให้ทางเยือนเย็นได้เป็นสะพานบุญมอบให้แก่ผู้ป่วยต่อไป
มะเร็งอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ในบางช่วงชีวิต
แต่ความไม่ประมาท…คือสิ่งที่เราทุกคนเลือกได้ตั้งแต่วันนี้
#เยือนเย็น
#เยือนเย็นวิสาหกิจเพื่อสังคม
#การดูแลประคับประคอง
#palliativecare
#AdvanceCarePlan
#ตายดีที่บ้าน
#อยู่สบายตายสงบ
#จากไปอย่างงดงาม
#ดูแลวาระท้าย

