คุณพ่อ บัณฑิต ชุณหสวัสดิกุล กับความรักที่ต้องเลือก

คุณพ่อ บัณฑิต ชุณหสวัสดิกุล กับความรักที่ต้องเลือก

เรื่องเล่าเยือนเย็น
คุณพ่อ บัณฑิต ชุณหสวัสดิกุล กับความรักที่ต้องเลือก
คุณพ่อบัณฑิตตั้งเป้าไว้ชัดเจนว่าจะมีอายุถึงร้อยปี
ไม่ใช่แค่พูดเล่น แต่เป็นเป้าหมายที่ท่านตั้งใจจริง เพราะท่านเคยเป็นแพทย์ เข้าใจร่างกาย เข้าใจโรค และทราบว่าถ้าดูแลตัวเองดีพอ ร่างกายก็จะตอบแทนด้วยการอยู่แข็งแรงไปนานแสนนาน กระนั้น อายุขัยของมนุษย์ ย่อมมีขีดจำกัด
ท่านทราบว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่อายุ 89 ปี ในช่วงใกล้เคียงกับที่คุณแม่เริ่มไม่สบาย ตอนนั้นท่านแทบไม่มีอาการอะไรเลย เพียงแต่ค่ามะเร็งที่ไต่สูงขึ้นทำให้ท่านไม่สบายใจ จึงต้องตระเวนปรึกษาแพทย์และเพื่อนร่วมวิชาชีพ เพื่อหาแนวทางรักษา หลังจากผ่าตัดต่อมลูกหมากแล้ว ค่ามะเร็งกลับยังคงไต่สูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
จนเมื่ออาการหนักขึ้น ท่านเริ่มหายใจหอบเพราะน้ำท่วมปอด และเจ็บกระดูกสันหลังมากขึ้นจากการกระจายของมะเร็ง ท่านจึงถูกส่งตัวเข้าแอดมิทที่โรงพยาบาลรัฐ — ที่เดียวกันกับที่คุณพ่อเคยทำงานมาทั้งชีวิต ท่านเดินทางมาที่นี่ในฐานะหมอทุกวัน แต่วันนี้มาในฐานะผู้ป่วย หลังจากนั้นจึงย้ายมาโรงพยาบาลเอกชน ที่นั่นเอง แพทย์ได้แจ้งกับครอบครัวอย่างตรงไปตรงมาว่า การรักษาที่ทำได้มีไม่มากแล้ว ทำได้แต่ประคองไปเรื่อยๆ
ตอนนั้น คุณพ่อยังรับรู้ได้ แต่เริ่มสื่อสารไม่ได้แล้ว
คุณบิ๊กลูกสาวได้ถามท่านว่า ถ้าเป็นแบบนี้ อยากคุยกับทีมเยือนเย็นที่เคยดูแลคุณแม่ไหม — แต่คุณพ่อยังส่ายหัว ยังไม่เอา อยากจะยื้อเอาไว้ก่อน
แต่กระนั้น การนอนโรงพยาบาลนานๆ ย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย — แผลกดทับที่ทำให้เจ็บปวด หัตถการที่ทรมาน ลูกๆ มองเห็นแผลในปากจากการดูดเสมหะ แล้วรู้ได้เลยว่าแผลแบบนั้นมันคงต้องเจ็บ
แต่ที่ยากกว่าสำหรับลูกๆ คือ คุณพ่อยังคงรู้ตัวอยู่
“จับมือท่าน แล้วท่านบีบแรง สติยังดีอยู่ แต่ร่างกายไปต่อไม่ได้แล้ว”
พี่น้องนั่งคุยกันอยู่เนิ่นนาน เพราะการตัดสินใจนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้โดยง่าย ไม่ใช่ว่าไม่รัก ไม่ใช่ว่าเลิกสู้ แต่เพราะเมื่อเรารักคนคนหนึ่ง เราจึงเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่นั้น มันไม่ใช่การได้ใช้ชีวิตที่คุณพ่ออยากมี
สุดท้ายพี่น้องจึงตัดสินใจร่วมกันที่จะไม่ยื้อชีวิตอีกแล้ว และพาคุณพ่อกลับบ้าน
คุณบิ๊กติดต่อทีมเยือนเย็น ให้ทีมงานเข้ามาช่วยดูแลและ setup การกลับไปอยู่ที่บ้านของคุณพ่อ โดยมีทีมเยือนเย็นดูแลใกล้ชิด และมีมอร์ฟีนเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางร่างกาย
ในคืนนั้นเอง คุณพ่อบัณฑิตจากไปอย่างสงบที่บ้าน ท่ามกลางครอบครัว
คุณบิ๊กบอกว่ายังไม่แน่ใจสนิทใจทั้งหมด เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก ไม่มีแม้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจน แต่สิ่งที่พี่น้องทุกคนคอยย้ำเตือนกันคือ — เราไม่ได้ทำอะไรเพิ่มแล้ว เราแค่หยุด แล้วพาท่านกลับบ้าน
บางครั้ง ความรักไม่ได้แสดงออกด้วยการฮึดสู้ต่อไป แต่ด้วยการรู้ว่า เมื่อไหร่ที่เราควรจะปล่อย ให้คนที่เรารักสุดหัวใจ ได้พักสักที
ทีมเยือนเย็นเข้าใจดีว่าการตัดสินใจเช่นนี้ไม่มีวันง่าย และเราไม่ได้มาช่วยตัดสินใจแทนครอบครัว แต่มาเป็นที่พึ่ง มาให้ข้อมูล มาดูแลให้วาระสุดท้ายเป็นไปอย่างสงบและมีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจแบบใด
บทความโดย: ธัญจิรา วิมลอนุพงษ์